
จัดได้ว่าเป็นนักแสดงรุ่นใหม่อนาคตไกลที่พอจับไมค์ร้องเพลงก็ยิ่งทำให้ใครๆต่างก็หลงใหลในเสียงร้องทุ้มๆนุ่มๆฟังแล้วอบอุ่นของเขาบิวกิ้น-พุฒิพงศ์ อัสสรัตนกุล นักแสดงหนุ่มภายใต้ชายคานาดาวบางกอกที่แจ้งเกิดจากบทบาทหมอเต่าในละครฮิตเรื่องรักฉุดใจนายฉุกเฉินที่ทำให้หลายคนเสียน้ำตาให้กับเขาไปพร้อมๆกับอินในความสัมพันธ์ระหว่างหมอเต่าและทิวเขาที่ส่งให้บิวกิ้น- พีพี (กฤษฏ์ อำนวยเดชกร) กลายเป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ที่สร้างฐานแฟนคลับไว้กลุ่มใหญ่จนถึงขั้นสามารถต่อยอดเป็นซีรีส์ได้ในเร็ววัน

บิวกิ้นเองก็ยอมรับว่าหลังแจ้งเกิดจากบทหมอเต่าชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร
“เปลี่ยนไปเยอะเลยครับ เพราะมันเป็นบทที่ค่อนข้างประสบความสำเร็จ หลังจากนั้นเราก็โอกาสมากขึ้น คนรู้จักเรามากขึ้น เราก็มีโอกาสได้ทำงานหลายๆ แบบ ทั้งด้านของดนตรีและการแสดง มันเหมือนเป็นการเปิดโลกของผมเหมือนกันนะ”
ชินกับการมีคู่จิ้นหรือยังเราถามเขาเกี่ยวกับคู่จิ้นที่กลายเป็นชื่อผูกติดกันไปทุกที่
“ไม่รู้สิ แต่ผมก็ดีใจนะที่คนเขาดูละครแล้วเขาชื่นชอบกับสิ่งที่เรานำเสนอออกไป ดูแล้วเขาอิน ผมก็คิดว่า มันเป็นเรื่องที่ดีนะ”
แต่ไหนแต่ไรมาบิวกิ้นใฝ่ฝันอยากเป็นนักร้องมาโดยตลอดเขาเรียนร้องเพลงมาตั้งแต่เด็กและความตั้งใจของเขาก็ได้ผลิดอกออกผลแล้วในวันที่เขาได้เป็นหนึ่งในศิลปินค่ายนาดาวมิวสิก
“พอย้อนกลับไปมองแล้วมันเหมือนกับฝันที่เรามองไว้เมื่อตอนเด็กๆ เหมือนความฝันที่วันหนึ่งเราจะได้ไปท่องอวกาศ มันเป็นความฝันที่เราอยากได้ แต่ไม่คิดว่า จะสามารถเป็นไปได้ พอมาตรงนี้เราก็รู้สึกว่า พอเรามาอยู่ตรงนี้จริงๆ ก็เป็นเรื่องน่าปลื้มใจ และน่าภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันนะ
“ผมรู้สึกว่า การทำงานตรงนี้เรามีโอกาสได้ทำในสิ่งที่หลายคนฝันแล้ว แต่เราไม่มีโอกาสได้ทำ ผมก็อยากจะทำให้ดีที่สุด อยากพัฒนาตัวเองทุกด้านให้มากขึ้นเรื่อยๆ แล้วก็มีความสุขไปกับมัน”
ซิงเกิ้ลแรกในฐานะศิลปินเต็มตัวของบิวกิ้นมีชื่อว่า “กอดในใจ” เพลงรักเปี่ยมอารมณ์เหงาที่ได้หนุ่มเจเจ-กฤษณภูมิมาร่วมร้องท่อนแร็พเจ้าของบทเพลงบอกกับเราว่าเขาคิดว่าเพลงนี้น่าจะตรงกับชีวิตของใครหลายคนในช่วงโควิด-19
“ผมว่าไม่ใช่ตรงแค่ชีวิตผมหรอก แต่น่าจะตรงกับคนที่อยู่ในสถานการณ์ Work From Home ด้วย Social Distancing ด้วย เพราะการที่เราไม่ได้ออกไปเจอกันเหมือนเดิม ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เราก็คงจะคิดถึงกันและกัน คิดถึงสิ่งที่เราเคยทำ อยากไปกอดคนที่เราคิดถึงก็ทำไม่ได้ ทำได้แค่กอดในใจนี่แหละ ซึ่งผมว่าทุกคนก็น่าจะรู้สึกคล้ายๆ ผมเหมือนกันนะ”
เคยแอบรักใครหรือเปล่าเราตรงเข้าสู่ประเด็นความรักต่อ
“ก็มีบ้างนะ (เสียงเขินๆ) แต่ผมว่าเป็นความรู้สึกที่มันผุดขึ้นมาแป้บๆ แต่เราก็ยังไม่แน่ใจมากกว่า แต่พอเหตุการณ์ผ่านไปแล้วเรามองย้อนไปนะ เราก็มาคิดได้ว่า จริงๆ เราอาจจะแอบชอบเขาอยู่ก็ได้มั้ง แต่ ณ ตอนนั้นเราอาจจะยังไม่แน่ใจว่า ความรู้สึกนั้นคืออะไรมากกว่า”
เคยมีความรักระยะไกลมั้ยแล้วมีวิธีรักษาความสัมพันธ์อย่างไรเราถามบิวกิ้นถึงความรักที่ต้องรักษาระยะห่าง
“ผมว่า ถึงแม้เราจะอยู่ห่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือความเชื่อใจนะ คนบางคนแต่งงานกันแล้วไม่ได้เจอกันเป็นปีๆ กลับมาเจอกันเขาก็ยังรักกันอยู่ก็มี เพราะเขายังติดต่อ ยังห่วงใยกันอยู่เสมอ การไม่ได้เจอกัน มันไม่สำคัญเท่าความรู้สึกที่มันใกล้ชิดและผูกพันกันอยู่หรอก ผมว่าตรงนี้สำคัญกว่านะ”

ระหว่างช่วงที่หลายคนต้อง Work From Home บิวกิ้นเองก็ต้องซุ่มทำเพลงพร้อมทั้งปรับตัวกับการเรียนออนไลน์ไปด้วยสิ่งหนึ่งเขาค้นพบเมื่อได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองเสียเป็นส่วนใหญ่ก็คือ…
“การที่เราได้กลับมามองตัวเองมากขึ้นว่า จริงๆ แล้วเราก็อยู่คนเดียวได้นี่นา ผมเคยคิดว่า ถ้าผมต้องอยู่บ้านทั้งวันผมต้องเบื่อตายแน่ๆ หรือถ้าอยู่บ้านเกิน 2 วันผมต้องตายแน่ๆ แต่พออยู่มาเป็นเดือนผมก็เริ่มชินแล้วนะ เออ…เราก็อยู่ได้นี่ ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แล้วก็สามารถหาความสุขอย่างอื่นจากการอยู่บ้านได้ ยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถมีความสุขได้นะ”
อ่านบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ในนิตยสารลิปส์ฉบับพฤษภาคม 2563
┃Photography : Nucha J.
┃Makeup : Tossapol W.
┃Hair : Jatupong C.
┃Special Thanks : Singha Complex, Fendi